ทีมสุดแกร่ง….ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ คงเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลติดตามกันมากที่สุดอีกคู่หนึ่งในอาทิตย์นี้
ก่อนแข่งขันเจ้าของบ้านอยู่อันดับที่ 6 มี 21 คะแนนจาก 14 นัดหมาย ส่วนสเปอร์สกลุ่มเยือน 27 คะแนน แต้มห่างกัน 6 ก็จริงแม้กระนั้นกลุ่มยี่ห้อไก่มองบนมากกว่าล่าง พวกเขาไล่ตามแมนฯ ซิตี้ 3 แต้ม ถ้าเรือใบพลาดนัดเจอเลสเตอร์ ซิตี้ (ซึ่งฟอร์มแชมป์หายไป) แล้วไก่บุกชนะผี พวกเขายังคงมีหวังในการร่วมลุ้นแชมป์และพื้นที่ ชปล.อยู่ด้วยเหมือนกัน
ทว่า…มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดกันไว้แน่
สถานการณ์ตอนนี้ผ่านหนึ่งในสามของระยะทางผมคุยกับพี่ บอำเภอบู๋ หัวหน้าเด็กผี ซึ่งน่าจะพอเพียงเป็นผู้แทนคำตอบได้มากพอควรเรื่องของวิธีการเล่นของกลุ่มและฟอร์ม ซึ่งพี่ บอำเภอบู๋ กล่าวว่า
"เมื่อใดจะปิดฤดูกาลซะทีวะ"
ถึงแม้ว่าวิธีการเล่นในสี่ห้านัดหมายหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำกลุ่มของ โชเซ่ มูรินโญ ผู้ครอบครองฉายา "The Special One" จะดีขึ้น แม้กระนั้นผลแข่งขันยังไม่มา เป็นบอลมีทรงและดูเป็นเรื่องราวกว่า (หมายถึงมีความสนุก) อาจารย์หลุยส์ และ เดวิส มอยส์ แม้กระนั้นผลแข่งขันไม่มาตามนัดแถมยังทำสถิติแง่ลบให้สื่อและแฟนบอลคู่แข่งนำมาล้ออีก
อย่าง มูรินโญ่ ไทม์…เป็นถูกใจเสียประตูช่วงท้ายเกม อันต่างจาก "เฟอร์กี้ ไทม์" ที่ได้ประตูท้ายเกมและมักจะกดดันผู้ตัดสินหัวข้อการทดเวลาได้ดี
ราวกับงานจะล้ำหน้าแม้กระนั้นยังไม่ก้าว ยังอยู่กับที่ จนถึงทำให้สื่อก็เอามาล้อเลียนฉายา มูรินโญ่ ว่าในตอนนี้เขาเป็น The Special Once….แผลงมาจากประเทศสเปนเชียล วัน หรือคนพิเศษ เป็นคราวหนึ่งเคยพิเศษ
การพบกับสเปอร์สในเกมนี้ต่อเนื่องจากยูโรปา ลีก เช่นเดียวกันกับ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปัญหาที่คาใจเล็กน้อยในกลุ่มแฟนผีอย่างเช่นว่า เพราะอะไรไม่จัดตัวที่เล่นดีใน ชปล. เมื่อครั้งกระหน่ำเฟเยนูร์ด มาใช้กับพรีเมียร์ลีก มีการสลับตัวแบบโรเตชั่น
ราวกับจะได้ทีชุดแรกและหนทางที่พอดีแต่ยังไม่สามารถที่จะต่อยอดไปด้านหน้าได้อีก
นัดหมายนี้น่าติดตามว่า มูรินโญ่ จะจัดตัวแบบไหน แม้กระนั้นผมรู้สึกว่าพอเพียงมีคำตอบบ้างแล้วว่าเขาจะเลือกคนใดกันแน่ลงในสนาม
ก่อนแข่งขันไม่รู้ว่า มูรินโญ่ กระตุ้นลูกทีมเช่นไร…แม้กระนั้นในสมัยเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้น เขามักจะบอกนักเตะอยู่เป็นประจำเมื่อจำต้องพบกับกลุ่มยี่ห้อไก่ว่า Lads,Fun88It"s Tottenham หรือหมายถึง พวกมึง สเปอร์สไงจะคนใดกันแน่เล่า
ความหมายเป็น…นี่ไงกลุ่มที่เราเคี้ยวสบายๆมาตลอด ไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล สบายๆลงไปจัดการพวกเขาซะ และนักเตะแมนฯ ยูฯ สมัยเซอร์ อเล็กซ์ มักจะจัดการกับสเปอร์สได้ไม่ยาก สถิตินี้คงกระพันชาตรีมาตั้งแต่ปี 1989 เฉพาะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นสมัยเฟอร์กี้นั่นเอง
จนถึงเสียสถิติในสมัย เดวิด มอยส์ เมื่อกันยายน 2012 และ สมัยอาจารย์หลุยส์ วันปีใหม่ปี 2014 นั่นเป็นชัยชนะ 2 ใน26 ครั้งเกมลีกที่โรงละคร ยิ่งถ้าเราย้อนเวลาไปดูช่วงที่ผ่านมามันเป็นอะไรที่เสื่อมโทรมมากมายๆสำหรับแฟนไก่
ช่วงปี 2001-2012 พบกัน 22 นัดหมาย ผีชนะ 17 เสมอ 5 แล้วโดยภาพรวมนับตั้งแต่ลีกเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นพรีเมียร์สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นสนามที่สเปอร์สแพ้มากที่สุดเป็น 19 ใน 24 เกมนับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา
จำนวนนี้ดีขึ้น…ถ้านับเฉพาะ 8 เกมปัจจุบันในลีกทั้งเหย้าและเยือนเพื่อเป็นกำลังดวงใจให้เด็กไก่ครับผม ผีชนะ 2 เสมอ 3 แพ้สเปอร์ส 3

นับตั้งแต่สิ้นสมัยเฟอร์กี้…แมนฯ ยูฯ เริ่มมีปัญหากับการรับมือท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดยเฉพาะสมัยของ เมาริซิโอ โปเช็ตติเตียนโน่ กระนั้น…สิ่งที่ค้างคาใจผู้ฝึกสอนประเทศอาร์เจนตินาคนนี้ น่าจะยังเป็น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สนามที่เขาไม่เคยชนะเลยใน 4 เกมที่มาเยือน
ถึงเวลาแล้วหรือยัง…หรือจะอยู่ในประโยคเด็ดของท่านเซอร์ ซึ่งไม่รู้ว่า มูรินโญ่ ได้ใช้มันกระตุ้นนักเตะผีไหม "เรา…เด็กไก่ สบายๆ"
นั่นคงไม่น่าสนใจเท่ากับวิธีการเล่นและตัวผู้เล่นของ มูรินโญ่ เพื่อรับมือกับกลุ่มวัยรุ่น พลังชายหนุ่มที่แก่เฉลี่ย 25 ปี 238 วัน ผู้มาเยือน ผมมั่นใจว่านัดหมายนี้ มูรินโญ่ น่าจะใช้ตัวผู้เล่นที่ชนะ ซอร์สโค้ด 2-0 เป็นแกนด้วยครับผม
มีข่าวดีว่า เอริก ไบยี่ คืนสนาม นั่นยิ่งทำให้เกมรับน่าจะดูแกร่งมากขึ้นและมีความแน่ใจหัวข้อการเสียประตูหรือมีความผิดพลาดในเกมรับน่ามั่นใจมากยิ่งขึ้น มีความเชื่อมั่นมากขึ้น ถ้าได้ไบยี่ซึ่งหายไปตั้งแต่ตุลาคม
ไบยี่มีแมตช์ฟิตเนสหนึ่งเกมแล้ว นัดหมายรับมือสเปอร์สน่าจะพร้อมครับผม ในตอนที่การพัก ดาบิด เด แฮ เอ้ย เด เคอา และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล จะก่อให้กลุ่มพร้อมเพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับขุมกำลังที่เล่นไม่เต็มเกมนัดหมายเยือนซอร์ย่า
แผน 4-2-3-1 นำโดย ดาบิด เด เคอา คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ เอริก ไบยี่ จะคู่กับ โรโฮ หรือ ฟิล โจนส์ ผมว่าเดายากนิดหนึ่งแม้กระนั้นถ้าอยากได้ความสด โจนส์ กับ ไบยี่ ก็ไม่แปลก แบ็กซ้ายผมรู้สึกว่าน่าจะใช้ ดาร์ภรรยาน ส่วนแบ็กขวาวาเลนเซีย อันนี้อยากได้ความสดรับมือแนวรุกขอบเส้นของสเปอร์สพอเพียงรู้เรื่องได้
คู่กึ่งกลาง ไมเคิ่ล คาร์ริค กลับมายืนกับ ป็อกบา โดยสามแนวรุก มาร์กซิยาล, รูนี่ย์ และ มิคกี้ น่าจะยืนต่อไปครับผม ฟอร์มสด (แม้กระนั้นระวังมูบางทีอาจคิดอีกแบบ) หน้าก็ สลาตัน นั่นแหละ…ดูแล้วถ้าจะปรับ แนวรุก 1 ตำแหน่ง กองหลัง 2 และ กึ่งกลาง 1
ส่วนทางด้านสเปอร์สเองจบแชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ด้วยความไม่สมหวังมากมายๆไม่เข้ารอบแล้วโดนลดชั้นมาเล่นยูโรปา ลีก รอบ 32 กลุ่ม โปเช็ตติเตียนโน่บอกยังมีปัญหาเรื่องวุฒิภาวะในการเล่นเกมยุโรป ลูกทีมยังมีจิตใจไม่แกร่งมากมายนั
นั่นก็อาจจะอย่างกับการมาเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของเขาอีกด้วย
นักเตะกำลังสำคัญจะพร้อมหน้าอยู่ครับผม กรุ๊ปที่เล่น ชปล. น่าจะยังเป็นแกนอยู่เพราะเหตุว่า โปเช็ตติเตียนโน่ ใช้ชุดแรกลงในสนามเลย แม้กระนั้นคงมีการปรับหนึ่งหรือสองตำแหน่งจากชุดที่ชนะซีเอสเคเอสมอสโก
โยริส เฝ้าเสา…คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟได้ข่าวดีเป็น อัลเดอร์ไวเรลด์ กลับมายืนคู่กับ แฟร์ต็องเก้น และหามสองข้างอย่างเดิม โรส กับ ไคล์ วอล์คเกอร์ คู่กึ่งกลางนี่แหละที่ เอริก ถางเออร์ น่าจะสำรองเพราะเหตุว่า เดมเบเล่ กับ วานยาม่า ทำงานได้ดี แนวรุก ดื้อ ฮึง มิน, เดลเล อัลลี่ และ เอริคสังเวย ด้านหน้าเป้าเคนนำหน้า
สิ่งที่เป็นปัญหานั้นก็คือความสดในกลุ่มชุดแรกที่ 9 คนเล่นกับ ซีเอสเคเอ มอสโก ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ของ มูรินโญ่น่าจะเปลี่ยนแปลง 5 คน
โอเค…สปีดบอลและพลังบางทีอาจต่ำลงทั้งสอง ถ้าเป็นเกมแบบนี้ผมว่าผีได้เปรียบครับผม ถ้าเกมไม่ออกบอลกันเร็วมาก ด้วยเพราะเหตุว่าใช้พลังไปเยอะแยะเมื่อกึ่งกลางอาทิตย์ นั่นเป็นทางถนัดของสเปอร์ส ที่เล่นบอลเร็ว ทะลุ
หมายถึงจุดเด่นของสเปอร์ส ไม่ได้ถูกใช้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของมูรินโญ่จะได้ช่องทำเกมมากขึ้น ง่ายขึ้น
ถ้าหากว่ากันตามรูปเกมผมว่า ใกล้เคียง 50-50 ไม่มีใครเหนือกว่ากันในการเล่นแน่…จะเป็นบางช่วงเวลา แม้กระนั้นมั่นใจว่าใกล้เคียง ออกเบียด ตรงนี้วัดกันที่หัวจิตหัวใจแล้วว่าคนใดกันแน่จะมีความโหดเหี้ยมหรือมีความเด็ดขาดในจังหวะเข้าทำนั่นเป็นจะไปวินิจฉัยในดินแดนในที่สุด คนใดกันแน่เข้าทำได้และจบได้เด็ดขาด ตรงนั้นเป็นตัววินิจฉัย
เกมและแท็กติกการเล่นผมว่าไม่ต่างอะไรกัน คงเบียด คงสู้ ชิงจังหวะกันสนุก ไม่มีฝั่งไหนครองบอลนาน จะมีจุดหนึ่งที่ผมอยากตั้งข้อคิดเห็นเป็นสเปอร์สมักจะแผ่วปลายและเล่นดีไม่ต่อเนื่องเมื่อเจอกับเกมใหญ่

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.