โคปา เดเรย์ ความผิดพลาดราชันย์ชุดขาว

โกปา เดล เรย์ ความไม่ประสบผลสำเร็จของ เรอัล มาดริด ?
โกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศจับสลากเกาะติดคู่กันเรียบร้อยแล้ว โดย แอตเลติโก ไปเจอกับ บาร์ซ่า และ เซลต้า บีโก้ ดวลกับ อลาเบส
ผลออกมาเรียกเสียงซี้ดเช่นนี้ แฟนๆของทั้ง 4 ทีมคงมีหัวข้อสนทนากันเป็นที่รื่นเริงอย่างน้อยๆก็จวบจนกระทั่งจะถึงเกมแรกในวันพุธหน้า ส่วนอดีตตัวเก็งที่เปลี่ยนเป็นตัวเกร็งอย่าง เรอัล มาดริด ก็จำเป็นต้องมาสนทนากันอีกทีในหัวข้อที่ว่า "ไม่เข้ารอบโกปาฯคือความไม่ประสบผลสำเร็จหรือไม่ ?"
ด้วยความที่เป็นทีมใหญ่ อุดมด้วยนักฟุตบอลระดับโลก แถมคู่ปรปักษ์ก็ไม่ได้บิ๊กเนมอะไร แต่ว่าดันแพ้ติดอยู่รังในนัดแรก จนถึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดหายนะ เลยทำให้มีหลายชิ้นที่คิดว่า มาดริด ล้มเหลว แถมยังเสนอคำถามต่อไปอีกว่า "นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนของทีมในฤดูกาลนี้หรือไม่ ?"
จากการพูดคุยกัน-สัมภาษณ์สาวกมาดริดิสต้าที่เป็นคนประเทศสเปนแท้ๆหน้าสนามเบร์ทุ่งนาเบวเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว แต่ละคนก็ค่อนข้างมั่นใจว่าทีมจะคัมแบ็กกลับมาเข้ารอบได้ กระนั้นในช่วงท้ายดูเหมือนจะทุกคนล้วนคิดว่า "ถ้าหากมันจะไม่เข้ารอบจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย"
จริงอยู่ในทุกๆฤดูกาล "นายทัพชุดขาว" ตั้งเป้าหมายไว้ที่การครอบครองแชมป์ทุกรายการ และปีนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากเดิม มีการตั้งธงไว้ที่ 3 แชมป์ กระนั้นแฟนมาดริดเกือบทุกรายต่างก็ทราบว่าการจะประสบผลสำเร็จถึงขั้นนั้นเกิดเรื่องที่ยากถึงยากมากๆกับ 3 รายการหลักที่จำเป็นต้องลงต่อสู้ แม้ว่ามันจะถึงคราหลุดร่วงไปก่อนที่จะถึงเวลา ก็หวังให้เป็น โกปา เดล เรย์ นี่แหละ
ปฏิกิริยาของแฟนมาดริดแม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ว่าก็ไม่ได้ติเตียนทีมจำนวนมากนัก โดยเฉพาะกับเกมเลกลำดับที่สองที่ บาไลดอส เนื่องจากว่าทีมแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงเป็นจังไม่ย่อท้อ เรียกว่าสู้เต็มกำลังจนถึงแฟนๆเข้าใจ อีกทั้งการเสียประตูแรกก็นับเป็นความโชคร้ายอย่างที่สุด ผลเสมอ 2-2 จึงเป็นอะไรที่กองเชียร์ทุกคนรับได้
ข้างหลังไม่เข้ารอบ ซีเนดีน ซีดาน บอกว่าไม่ได้รู้สึกผิดหวังเนื่องจากว่าสมาชิกทุกคนเล่นกันก็ดี โดยเฉพาะ 35 นาที ซึ่งจังหวะทำเข้าประตูตนเองของ ดานีโล่ นั้นก็โชคร้ายมากๆ
ว่ากันถึงที่ตรงนี้กับคำถามเเรกก็คงจะจัดการแล้วว่า การตกรอบบอลถ้วยหนแรกภายใต้การควบคุมทีมของ ซีดาน มันไม่ใช่ความไม่ประสบผลสำเร็จ แฟนๆพอทำใจรับได้แต่ว่ากับคำถามลำดับที่สองที่ว่า "มันจะเปลี่ยนเป็นจุดเปลี่ยนหรือไม่ล่ะ ?" อันนี้น่าดึงดูด
ลูคัส บาสเกซ แสดงออกซึ่งทัศนคติอันเยี่ยมที่สุดว่านับตั้งแต่นี้ต่อไปพวกเราจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และ ลา ลีกามุมมองเช่นนี้นับว่าน่าเคารพ และมั่นใจว่าทั้ง ซีดาน และนักฟุตบอลทุกๆคนต่างก็ดูสิ่งเดียวกัน แม้แต่ว่าก่อนหน้าที่ผ่านมาจำเป็นต้องเห็นด้วยกันตรงๆว่า มาดริด กำลังอยู่เวลาที่ไม่ดีนัก
หลังจากรันยาวไม่แพ้คนไหนกันแน่ 40 เกม ก่อนที่จะแพ้สองเกมติด ชนะ มาลาก้า อย่างโรคหืดจับจนตราบเท่าไม่เข้ารอบโกปาฯ ผลงานที่ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าทีมกำลังเจอปัญหาอยู่ไม่น้อย
ปัญหาแรกก็เป็นเรื่องของอาการเจ็บ ที่ในตอนนั้นมีร่วม 7 ราย จุดนี้คงเกิดเรื่องยากที่จะควบคุม เนื่องจากว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ปัญหาลำดับที่สองคือภาวะความฟิต เมื่อตัวเจ็บเยอะ ก็หลีกเลี่ยงไม่พอดีควรต้องใช้งานผู้เล่นหน้าเดิมๆลงไปในสนามติดๆกันกระนั้นอีกมุมนึง ก็ถือเป็นการพิสูจน์กึ๋นของผู้เป็นแม่ทัพใหญ่อย่าง ซีดาน ว่าจะเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ที่ยากลำบากนี้อย่างไรเกมกับ เซลต้า ที่ บาไลดอส นั้น เรอัล มาดริด ที่จำเป็นต้องสลับตำแหน่งกันยุ่ง แสดงให้เห็นสัญญาณในแง่บวก และลบ

แง่บวกก็คือสปิริตทีมเริ่มกลับมาแล้ว เวลาที่โดนนำ 1-2 พวกเขาเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อกลับมาถึงแม้ว่าเวลาใกล้จะหมด ช่องทางไม่เข้ารอบเกือบ 90%
แต่ว่าแง่ลบก็มีเช่นกัน เช่น เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ แสดงให้เห็นเลยว่าเขาไม่เหมาะกับตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ฟอร์มการเล่นในตำแหน่งใหม่ของมิดฟิลด์บราซิเลี่ยนถือเป็นส่วนนึงที่ทำให้ทีมทำไม่ได้ตามเป้า ส่วน ดานีโล่ ก็อย่างที่มองเห็นกันอยู่ว่าเว้นแต่โชคร้ายแล้ว ระดับฝีเท้าของเขายังคาดหวังได้ตรากตรำ ด้วยเหตุนั้นแม้หน้าแข้งตัวหลักในแนวรับยังกลับมาไม่เต็มสูบ ซีดาน จะทำยังไง ?
การแก้ไขทีมในเหตุการณ์ฉุกเฉิน ยังนับว่าทำเป็นแค่ในระดับนึง ไม่ถึงกับดี แต่ว่าพอภาพความเป็นนักสู้มันออกมาค่อนข้างชัดเจน ทีมเลยไม่โดนด่าทออีกปัญหาที่ชัดเจนของ มาดริด ยามนี้ก็คือฟอร์มของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ถึงแม้เกมกับ เซลต้า บีโก้ เจ้าของบัลลงดเว้นอร์ 4W88สมัยจะซัดฟรีคิกสุดสวยได้ แต่ว่าแม้ประเมินที่ฟอร์มโดยรวม นับว่ายังน่ากังวลอยู่
โรนัลโด้ ยังกลับมาเป็นคนเดิมไม่ได้ ซึ่งตราบใดที่ยังเป็นเช่นนี้ มาดริด ก็จะตรากตรำ ที่ตรงนี้ก็ถือเป็นอีกปัญหานึงที่ ซีดาน ควรต้องทำให้ CR7 กลับไปสู่ฟอร์มเดิมให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ครับ อย่างที่บอกไปครับว่าแฟนๆ ไม่ได้ตั้งความมุ่งหมายไว้สูงนักกับ โกปา เดล เรย์ ซึ่งในห้วงช่วงเวลาเดียวกันซึ่งก็กล่าวได้ว่าพวกเขาหวังไว้สูงมากกับ ลา ลีกา และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกมันแสดงว่านับตั้งแต่นี้ต่อไป เรอัล มาดริด ไม่เหลือช่องว่างให้กับความผิดพลาดแล้ว
กับลา ลีกา เหตุการณ์ยังโอเคอยู่ ทีมยังนำเป็นจ่าฝูง แถมยังแข่งขันน้อยกว่า 1 นัดหมาย แม้ชนะ เรอัล โซเซียดาด ในสุดสัปดาห์นี้ที่ เบร์ทุ่งนาเบว ได้ ทุกๆอย่างคงกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกทีแต่ว่าถ้าหากหลุดเสมอหรือพลิกล็อกแพ้ติดอยู่ถิ่นขึ้นมา งานนี้กล่าวได้เต็มปากครับว่า "ยับแน่ๆ"
มันบางทีอาจจะเปลี่ยนเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาเคยถูกวาดหวังไว้อย่างงดงามอย่างช่วยไม่ได้ และบางทีอาจจะทำให้เกิดผลเสียไปถึงความเชื่อมั่นและมั่นใจที่ทีมเพียรพยายามเรียกคืนมา

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.